EKG คัดลอกจาก เวบย์สภาการพยาบาลThis is a featured page

คลื่นไฟฟ้าหัวใจ



การวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจ

1. การไหลเวียนโลหิต (Blood circulation) เรียก Hemodynamic เริ่มจาก เลือดดำกลับ สู่ หัวใจห้องบนขวา(Right atrium)ทางหลอดเลือดดำใหญ่ Superior Vena cava และ Inferior vena cava ผ่านลิ้น หัวใจ Tricuspid valve ลงสู่หัวใจห้องล่างขวา (Right ventricle) และถูกส่งออกไปสู่หลอดเลือดเพื่อไปฟอกที่ปอดโดยรับเอา O2 เข้าสู่เม็ดเลือดแดงและขับ CO2 ออก เป็นเลือดแดงโดยผ่านทางลิ้นหัวใจ Pulmonary valve ทาง หลอดเลือด ดำ Pulmonary Artery เมื่อได้เลือดที่ผ่านการฟอกเลือดแดงจะออกจากปอดเข้าสู่หัวใจห้องบนซ้าย(Left atrium)ทาง หลอดเลือดแดง Pulmonary vein ผ่านลิ้น หัวใจ Mitral valve ลงสู่หัวใจห้องล่างซ้าย (Left ventricle) และถูกส่งออกไปสู่หลอดเลือดเพื่อไปเลี้ยงร่างกายโดยผ่านทางลิ้นหัวใจ aortic valve เข้าสู่ หลอดเลือดแดงใหญ่ Aorta ไปยังหลอดเลือดฝอยทั่วร่างกาย


2. EKG หรือ Electrocardiogram คือการบันทึกหน้าที่ของหัวใจ ซึ่งถูกบันทึกลงบนกระดาษ Ruled paper strip แสดงถึง Electrical impulses Polarized state เป็นภาวะที่เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ อยู่ในระยะพัก (Resting State ) จะมีประจุลบภายในเซลล์ และประจุบวกภายนอกเซลล์

Depolarization คือ เมื่อเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจถูกกระตุ้น Na+ จากภายนอกเซลล์ จะเคลื่อนเข้าไปในเซลล์ ทำให้มีการเลี่ยนแปลงของประจุไฟฟ้าภายในเซลล์เป็น บวก ภายนอกเซลล์กลายเป็นลบ เกิดสนามไฟฟ้าขึ้นบริเวณ Depolarize กับ Polarize
Repolarization ไออ้อนเคลื่อนที่อย่างช้า ข้ามผ่านmembrane เพื่อทำให้เซลล์กลับเข้าภาวะ Polarize จุดเริ่มต้นของ repolarize เริ่มต้นที่ K - เคลื่อนออกจากล้ามเนื้อหัวใจ และสิ้นสุดเมื่อ Na+ และ K - เคลื่อนกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมในสภาวะ polarize


ระบบการนำไฟฟ้าของหัวใจ
ประกอบด้วย

1. Sinoatrial node (SA node) เป็นกลุ่มเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อหัวใจที่ลักษณะพิเศษ โดยเฉพาะคือ เป็น Pace Maker ของหัวใจ ตำแหน่งอยู่ที่บริเวณแนวต่อของ Superior vena cava กับ Right atrium โดยมีหลอดเลือด SA node artery มาเลี้ยง และมีปลายประสาท Sympathetic และ parasympathetic อยู่เป็นจำนวนมาก เป็นตำแหน่งที่ให้คลื่นไฟฟ้า excitation wave ไปยัง Conducting tissue ของหัวใจ

2. Atrioventricular node (AV node) อยู่ภายในผนัง right atrium เหนือ ลิ้นหัวใจ Tricuspid คลื่นไฟฟ้าหัวใจจาก AV node ไปยัง SA node ใช้เวลา ประมาณ 0.04 -0.12 วินาที

3. Bundle of His ต่อออกจาก AV node เขาไปในเนื้อของผนังกั้นระหว่าง Ventricle แล้วแยกเป็น 2 แขนง คือ Left และ Right bundle branch สัญญาณไฟฟ้าเริ่มที่ SA node ผ่าน Bundle of His ไปสู่ Left และ Right bundle branch อย่างรวดเร็วเข้าสู่ Purkinje fiber มีผลทำให้เกิด depolarization ของ Ventricleคลื่นต่างๆที่บันทึกได้ จะสะท้อนให้เห็นการทำงาน ของหัวใจระยะต่างๆ

การบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

การบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นการใช้เครื่องบันทึกเป็นกราฟการเต้นของหัวใจ โดยเครื่องบันทึกจะใช้ความเร็วกระดาษ มี 2 ขนาดคือ 50 มม./วินาที และ 25 มม./วินาที โดยส่วนใหญ่การบันทึกจะใช้เครื่องความเร็ว 25 มม./วินาที ซึ่งทำให้ 1ช่องเล็ก(1 มม. ) ของกระดาษบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจมีค่าเท่ากับ 0.04 วินาที 5ช่องเล็ก หรือ 1 ช่องใหญ่ (5 มม.)เท่ากับ 0.2 วินาที ความสูงแต่ละช่องเล็กคิดเป็นความแรงของกระแสไฟฟ้า เท่ากับ 0.1 มิลลิโมล์ท

ส่วนประกอบ ลักษณะสำคัญ
P wave - เป็นผลรวมของ Depolarization ของ Atrium
- รูปร่างกลมเรียบกว้างไม่เกิน 0.12 วินาที ความสูง
- ไม่เกิน 2.5 มม. จะมี P wave 1 คลื่น ต่อ QRS complex 1 คลื่น
- หัวตั้งใน lead I,II,AVF,V4,V5,V6 หัวกลับ ใน AVR
P-R Interval - เป็นระยะของการเริ่มมีสัญญาณไฟฟ้าจนถึงจุดเริ่มมี Depolarization
ของ Ventricle
- ความยาวปกติเท่ากับ0.12 -0.20 วินาที
- ยาวกว่า0.20 วินาที พบใน first degree AV block
- สั้นกว่า 0.12 วินาที พบใน Wolf -Parkinson -White Syndrome
QRS complex - เกิดจากการ Depolarize ของ Ventricle ปกติ 60 -100 ครั้ง/นาที
จังหวะสม่ำเสมอ
- ลักษณะคลื่นสูงแคบ 0.04 -0.10 วินาที ถ้ากว้างกว่า 0.12 แสดงว่า
มีการผิดปกต ิของการนำไฟฟ้าใน Ventricle อาจพบ Q Wave ตื้นๆ ได้
- Q Wave ลึกและกว้างแสดงถึงการตายของกล้ามเนื้อหัวใจ
ST segment - เป็นระยะ Depolarization สิ้นสุดก่อนที่จะมีการ Depolarization ใหม่ของ
Ventricle
- ปกติจะเป็นแนวราบ( Isoelectric)
- ยกสูงในรายที่มีการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหัวใจ เช่น ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจ
ขาดเลือดเฉียบพลัน
- ต่ำในรายที่ได้รับยา digitalis ภาวะ Potassium ในเลือดต่ำ
หัวใจ ห้องล่างซ้ายโต
T wave - เป็นระยะ Repolarization ของ ventricle
- หัวตั้ง กลมเรียบ ใหญ่กว่า P Wave
- หัวกลับในรายที่มีกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ขาด electrolyte
- แบนราบ ใน pericarditis ,hypothyroidism
- สูงแหลม ใน Potassium ในเลือดสูง
- กว้างแบน ใน Potassium ในเลือดต่ำ
QT interval - เป็นระยะระหว่างจุดเริ่มต้นของ QRS complex และการสิ้นสุดของ
T Wave วัดในขณะที่ Ventricle ซ้ายบีบตัว
- ความยาวปกติ 0.35 -0.40 วินาที ยาวกว่าปกติในรายที่กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
หัวใจล้มเหลว Hypocalcemia
- สั้นกว่าปกติในรายที่ได้รับยา Digitalis ภาวะแคลเซี่ยมในเลือดสูง
(Hypercalcemia)
U Wave - เป็นคลื่นเล็กๆ เกิดตามหลัง T wave ปกติจะไม่พบ ความสูงไม่เกิน 1 มม.
- พบ U wave ได้ในกรณีภาวะ Hypokalemia
RR interval - ระยะเวลาระหว่าง QRS complex ถึง QRS ถัดไป

หลักการแปลผล
1. อ่านอัตราว่าเร็วหรือช้าผิดปกติ หรือไม่ อัตราการบีบตัวของ atrium เท่ากับอัตราการ
บีบตัวของ Ventricle หรือไม่
2. ดู จังหวะการเต้นว่าสม่ำเสมอหรือไม่ โดยสังเกตจาก P-P และ R- R ว่าคงที่หรือไม่
3. สังเกตในแต่ละจังหวะการเต้นของหัวใจว่ามี P wave ปรากฎให้เห็นทุกครั้งหรือไม่
และ P wave นั้นสัมพันธ์กับ QRS complex หรือไม่
4. รูปร่างของ P wave และ QRS complex ว่าปกติหรือไม่ ลักษณะของคลื่นเหมือนกัน
ทุกจังหวะการเต้นหรือไม่
5. ช่วง P-R interval ,QRS complex และ QT interval อยู่ในมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่
6. แปลผลว่าเป็น arrhythmia ชนิดใด มีความสำคัญมากน้อยเพียงใด ควรได้รับการ
รักษาพยาบาลอย่างไร

3. ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ
ความหมายของหัวใจเต้นผิดปกติ (arrhythmia) หมายถึง การที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ
หรือเต้นผิดปกติ ิในอัตราเร็ว ทำให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจมีความผิดปกติในอัตรา จังหวะ หรือรูปร่าง
อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือผิดปกติหลายอย่างประกอบกัน ซึ่งตามปกติ SA node จะให้กำเนิด
ประจุไฟฟ้า 60 - 100 ครั้ง/ นาที
ความผิดปกติของการกำเนิดคลื่นไฟฟ้า ที่สำคัญมีดังนี้

3.1 Sinus Tachycardia

ภาวะที่คลื่นหัวใจเหมือน normal sinus แต่อัตราการเต้นเร็วกว่า 100 ครั้ง/นาที มักพบในภาวะออกกำลังกาย ภาวะวิตกกังวลหรือเครียด ภาวะที่มีการหลั่ง Catecholamine เพิ่มขึ้น
ภาวะโปแตสเซี่ยมต่ำ ภาวะพร่องออกวิเจน (Hypoxia) ภาวะ sinus tachycardia
มักเป็นการตอบสนองทางสรีระของร่างกาย ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ควรแก้ไขต้นเหตุที่ไปกระตุ้นหัวใจจึงจะทำให้หัวใจเต้นช้าลงจนปกติเองได้ ยกเว้นถ้าเกิดมากเกินไป โดยไม่เหมาะสม
แก่สาเหตุ อาจรักษาโดยกลุ่ม Beta blocker ได้

3.2 sinus bradycardia

ภาวะที่คลื่นหัวใจเหมือน normal sinus แต่อัตราการเต้นช้ากว่า 60 ครั้ง/นาที ถ้าช้า
กว่า 40 ครั้งต่อนาทีมักมีความดันโลหิตต่ำร่วมด้วยหรือ มีอาการหน้ามืดได้ ซึ่งถือว่า
เป็นกรณีเร่งด่วนเพิ่มช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ เช่น ฉีด atropine หรือ Isoproterenol
หยดเข้าทางหลอดเลือดดำ ถ้าไม่ได้ผลอาจต้องใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pace maker)
สาเหตุที่พบบ่อยคือ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ผลจากยา Beta blocker

3.3 Atrial fibrilation (AF)

ภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นเร็วหรือสั่นพริ้ว เกิดจาก Ectopic focus ใน atrium ปล่อย
ประจุไฟฟ้าออกมาถี่มากและไม่สม่ำเสมอ อัตราเต้นเร็วมากกว่า 400- 700 ครั้ง /นาที
สาเหตุ ความผิดปกติเกิดจาก อายุมาก ภาวะโรคหัวใจขาดเลือด โรคความดันเลือดสูง
กล้ามเนื้อหัวใจพิการเป็นต้น

3.4 Premature atrial contraction (PAC)

เป็นการเต้นของหัวใจห้องบนซึ่งเกิดจากการเหนี่ยวนำโดยจุดผิดปกติ
(ectopic Foci) ที่ไม่ใช่ SA node ทำให้เกิด P wave เร็วกว่ากำหนด บางครั้งซ้อนอยู่บน
T Wave ทำให้รูปร่างของ T wave เปลี่ยนไปบางครั้ง PAC ไม่สามารถเหนี่ยวนำหัวใจห้องล่างได้
จึงไม่มี QRS complex สาเหตุของความผิดปกติเกิดจาก ลิ้นหัวใจตีบ ต่อมไทรอยด์
เป็นพิษจากยา ดิจิตาลิส
เมื่อเกิดภาวะ PAC อาจไม่รู้สึกผิดปกติ พยาบาลมีหน้าที่สังเกต ติดตาม และบันทึก
คลื่นไฟฟ้าหัวใจถ้าพบ PAC เกิน 6 ครั้ง /นาที ให้รายงานแพทย์

3.5 Premature ventricular contraction (PVC)

เป็นความผิดปกติที่เกิดจาก ectopic foci ในหัวใจห้องล่าง จึงพบ QRS wave โดยไม่มี P wave
นำมาก่อน และ QRS ที่เกิดขึ้นจะมีรูปร่างผิดปกติ มีความกว้างเกิน 0.12 วินาที และมีช่วงหยุด
หลังจากนั้นเนื่องจาก refractory period ของ PVC จะไปกันไม่ให้หัวใจเต้นตามปกติ ได้ ชั่วขณะหนึ่ง
ST segment และ T wave จะชี้ไปในทางตรงกันข้าม
สาเหตุของ PVC เกิดจาก ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจน หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
พิษของยา digitalis การรักษาแก้ไขที่สาเหตุ
บทบาทของพยาบาลมีหน้าที่สังเกต ติดตาม และบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจถ้าพบ PVC เกิดมาก จัดให้ผู้ป่วยนอนพัก ดูแลการให้ยา ติดตามผลระดับ โปแตสเซี่ยมในเลือด ถ้าผู้ป่วยได้รับยา digitalis
แล้วยังพบ PVC ก่อนให้ยาครั้งต่อไปต้องรายงานแพทย์

3.6 Atrial flutter

เกิดจากมี ectopic focus ใน atrium กระตุ้นให้มี Depolarrization อย่างเร็วและสม่ำเสมอ
vy9ik 250 -350 ครั้ง / นาที ทำให้ P wave เป็นรูปฟันเลื่อย QRS complex เกิดจาการเหนี่ยวนำไฟฟ้า
จาก atrium ไป ventricle จึงไม่สัมพันธ์กัน สาเหตุ เกิดจาก ความเครียด บุหรี่ท แอลกอฮอล์
หรือความผิดปกติที่หัวใจ ถ้าอัตราการเต้นของหัวใจห้องล่างปกติก็ไม่ต้องรักษายกเว้น
มีอาการเจ็บหน้าอก ภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมด้วย ให้ยา Digitalis หรือทำ Cardioversion
การพยาบาล สังเกตและบันทึก EKG โดยเฉาะช่วงที่ผิดปกติ สังเกตอาการเจ็บหน้าอก
หรืออาการภาวะหัวใจล้มเหลวต้องรีบรายงานแพทย์ และควรเตรียมเครื่องกระตุ้นหัวใจให้พร้อม

3.7 Ventricular tachycardia (VT)

คือภาวะ ที่ ventricle เป็นจุดกำเนิดของการเต้นของหัวใจ โดยเต้นในอัตราที่เร็วมาก แต่สม่ำเสมอ
101 -250 ครั้ง/นาที ไม่มี P wave QRS รูปร่างผิดปกติและกว้างกว่า 0.12 วินาที
สาเหตุเช่นเดียวกับ PVC แต่รุนแรงกว่า เป็นภาวะฉุกเฉิน
การพยาบาล ต้องบันทึกEKG ตลอดเวลา ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงต้องพร้อมที่จะช่วยเหลือ ทันที ค้นหาสาเหตุ และวางแผนแก้ไข เตรียมพร้อม CPR และ Defibrillation ทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็น VF

3.8 First degree AV block

จุดกำเนิดไฟฟ้าเกิดจาก SA node แต่การเหนี่ยวนำ Av node ถูกหน่วงให้ช้าลง
ดังนั้นลักษณะคลื่นไฟฟ้าจึงเหมือน Sinus rhythm ทุกอย่างยกเว้น PR interval ยาวก&Ccedi


nurse
nurse
Latest page update: made by nurse , Sep 13 2008, 5:07 PM EDT (about this update About This Update nurse Edited by nurse

824 words added

view changes

- complete history)
Keyword tags: EKG
More Info: links to this page
Started By Thread Subject Replies Last Post
Anonymous ผู้สนใจ 0 Jun 6 2010, 1:41 AM EDT by Anonymous
 
Thread started: Jun 6 2010, 1:41 AM EDT  Watch
ทำดีมากเลย แต่ไมมีไม่ครบคะ
3  out of 4 found this valuable. Do you?    
Keyword tags: None (edit keyword tags)
Anonymous นุ้ยคนสวย 0 Jul 10 2009, 6:15 AM EDT by Anonymous
 
Thread started: Jul 10 2009, 6:15 AM EDT  Watch
ดีมากเลยมีภาพประกอบเพิ่มก็จะยิ่งดีขึ้นไปอีก
3  out of 3 found this valuable. Do you?    
Keyword tags: None (edit keyword tags)
Anonymous กอมา 0 Oct 5 2008, 10:54 PM EDT by Anonymous
 
Thread started: Oct 5 2008, 10:54 PM EDT  Watch
ดีมากเลย ทบทวนความรู้นะ thak you
Do you find this valuable?    
Keyword tags: None (edit keyword tags)

Anonymous  (Get credit for your thread)


Showing 3 of 3 threads for this page